วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เทคนิคการสอนคณิตศาสตร์

ที่มาของภาพ https://goo.gl/vvR0AJ

เทคนิคในการยกกำลังสองภายใน 1 วินาที
การเรียนรู้จะไม่มีวันสิ้นสุด....ยิ่งเรียน..ยิ่งคิด..คณิตศาสตร์กับตัวเลข..ยิ่งมีความสุข สนุกสนานไปกับความน่าฉงน...น่าทึ่งในเสน่ห์ของตัวเลข... เมื่อห้องเรียนได้สอนเรื่องจำนวนจริง...มีการถอดรากที่สอง รากที่สาม ก็คงหนีไปไม่พ้นเรื่องของการแยกตัวประกอบและการยกกำลังสองเป็นแน่แท้.....
         มีเคล็ดลับหนึ่งที่สามารถเรียนรู้ได้ไม่ยากเลย..จะว่าเป็นวิชามารก็ไม่ใช่..เพราะว่าทำให้ผู้เรียนสนุก..ส่งเสริมการคิดคำนวณได้รวดเร็ว ...
           การยกกำลังสองคือการนำตัวเลขใด ๆ ก็ตามมาคูณกันกับตัวของมันเอง  เช่น 52 หมายความว่า 5 คูณ กับ 5 หรือ 5x 5 ซึ่ง ก็คือการจัดอยู่ในรูปของเลขยกกำลัง มีฐานคือ 5 เลขชี้กำลังคือ 2 ให้นำฐานมาคูณกันเท่ากับเลขชี้กำลังบอกนั่นเองค่ะ
    แต่ถ้านักเรียนหรือคุณผู้อ่านคิดคำนวณบ่อย ๆ คงตอบได้อย่างรวดเร็วไม่อยากในตัวเลขต่อไปนี้
                 12 
                 22
                 32
                  42
  หรือ  5 x 5
          6 x 6
           7 x 7
          8 x 8
             9 x 9
           10 x 10
คงสามารถตอบได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่สามารถเรียนรู้สูตรคูณเบื้องต้นประกอบกับการคำนวณอยู่เรื่อย ๆ ก็คงตอบได้อย่างง่ายดาย
แต่ถ้าเกิดเป็นการคำนวณตัวเลขที่เป็นการยกกำลังสองของเลขสองหลัก    สามหลัก  หรือหลายหลักมากกว่านี้ คงจะต้องเพิ่มเวลาในการคำนวณเป็นแน่แท้
            แต่ถ้าต้องการให้เรื่องการคูณเลขยกกำลังให้เป็นเรื่องง่ายมาลองดูเคล็ดลับต่อไปนี้ดูนะคะ
    25  x   25   คำตอบคือ 625
         มาจากให้จับคู่ใกล้คู่ไกลหรือคู่หน้าคู่หลัง แต่ให้มีข้อแม้ว่าคู่หน้าต้องคูณตัวมันเองกับตัวหลังที่จะต้องมีค่าเพิ่มขึ้นอีก 1 มากกว่าตัวมันเอง
จับคู่ใกล้  นำ 2 x (2+1) = 6
จับคู่ไกล นำ 5 x 5 = 25
นำมาวางเรียงเป็นคำตอบจะได้  625
อาทิเช่น       
 1) 45 x 45         ได้ 4x(4+1)=20   และ 5x5 = 25  ดังนั้นคำตอบคือ  2025
2) 55 x55            ได้ 5x(5+1)=30   และ 5x5 = 25  ดังนั้นคำตอบคือ  3025
3) 65 x 65            ได้ 6x(6+1)=42   และ 5x5 = 25  ดังนั้นคำตอบคือ  4225
4) 75 x75           ได้ 7x(7+1)=56   และ 5x5 = 25  ดังนั้นคำตอบคือ  5625
5) 85 x 85        ได้ 8x(8+1)=72   และ 5x5 = 25  ดังนั้นคำตอบคือ  7225
6) 95 x 95         ได้ 9x(9+1)=90   และ 5x5 = 25  ดังนั้นคำตอบคือ  9025
****************ข้อสังเกตคือ หน้าเหมือนและหลังรวมกันได้สิบ
แต่ถ้าเป็นเลข  81 x 89 จะได้เท่าไร
  จะได้  8 x (8+1) =72    และ 1 x 9 = 9
คำตอบจึงได้    7209 ค่ะ
ใช้วิธีการจับคู่หน้าคู่หลังเหมือนกันลองทำข้อต่อไปนี้ดู
1)  42 x 48     ได้ 4x(4+1)=20   และ 2x8 = 16  ดังนั้นคำตอบคือ  2016
2) 41x49      ได้ 4x(4+1)=20   และ 1x9 = 9  ดังนั้นคำตอบคือ  2009
3) 43 x 47    ได้ 4x(4+1)=20   และ 3x7 = 21  ดังนั้นคำตอบคือ  2021
4) 44x 46      ได้ 4x(4+1)=20   และ 4x6 = 24  ดังนั้นคำตอบคือ  2024
5) 45 x 45      ได้ 4x(4+1)=20   และ 5x5 = 25  ดังนั้นคำตอบคือ  2025
6) 37 x 33         ได้ 3x(3+1)=12   และ 7x3 = 21  ดังนั้นคำตอบคือ  1221
7) 38x32          ได้ 3x(3+1)=12   และ 8x2 = 16  ดังนั้นคำตอบคือ  1216
8) 23x27         ได้ 2x(2+1)=6   และ 3x7 = 21  ดังนั้นคำตอบคือ  621
9) 29x21         ได้ 2x(2+1)=6   และ 9x1 = 9  ดังนั้นคำตอบคือ  609
10) 86x84       ได้ 8x(8+1)=72   และ 6x4 = 24  ดังนั้นคำตอบคือ  7224
   ง่ายใช่ไหมคะ.....
ข้อสังเกตจงจำไว้ให้ดีคือ
  1.  ตัวหน้าของทั้งสองจำนวนที่นำมาคูณกันนั้นจะต้องเหมือนกัน
  2.  ตัวหลังที่นำมาคูณกันนั้นจะต้องรวมกันได้เท่ากับ 10 เท่านั้น
 (ถ้ารวมกันแล้วไม่เท่ากับ 10  หากนำมาคูณกันคำตอบที่ได้จะผิดนะคะ)

(ที่มา:http://www.sahavicha.com/?name=knowledge&file=readknowledge&id=700)



                     ที่มาของวีดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=cicYpt9KOQY

นวัตกรรมการสอนคณิตศาสตร์


           ในปัจจุบันคณิตศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรามากไม่ว่าจะเป็น การค้าขายก็ต้องบวกเลข ลบเลข เพื่อผลประโยชน์ในการรับเงินของผู้รับและผู้จ่าย  หรือจะเป็นการคำนวณในการสร้างถนน  สร้างบ้าน หรืออื่นๆอีกมากมาย แต่สำหรับการหารและเลขยกกำลังที่เราจะศึกษานี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการคำนวณทางคณิตศาสตร์เช่นกัน ดังนั้นคณิตศาสตร์ถือได้ว่าเป็นพื้นฐานในการสร้างเสริมความรู้ให้เราสามารถ
ที่จะไปประกอบอาชีพต่างๆได้เป็นอย่างดีและถูกต้อง รวมทั้งเพื่อเป็นการพัฒนาให้เรารู้จักใช้
ชีวิตให้รอบคอบ ละเอียดและถี่ถ้วนเหมือนกับการที่เราเรียนคิดคำนวณในวิชาคณิตศาสตร์
ของเรา (ที่มา https://kwangkwang.wordpress.com/about/)
ที่มาของภาพ https://goo.gl/i2ZxMY

สื่อการเรียนรู้วิชา คณิตศาสตร์  ชั้น ป.1  เรื่อง การบวกจำนวนสองหลักกับจำนวนสองหลัก ไม่มีการทด

การบวกลบจำนวนตัวเลขที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 100  หลักการสำคัญของการบวกจำนวนที่มีสองหลักกับจำนวนที่มีหนึ่งหลัก คือการบวกเลขในหลักเดียวกันก่อน นั่นคือการบวกเลขที่หลักหน่วยก่อน  และจึงไปบวกเลขที่หลักสิบ 
การบวกจำนวนสองหลักกับจำนวนสองหลัก  เช่น  37 + 41  
หลักหน่วย คือ เลข 7 กับ เลข 1  และ หลักสิบ คือ เลข 3 กับ เลข 4 
ให้เริ่มทำการบวกเลข จากหลักหน่วยก่อน คือ    7+ 1  = 8   ดังนั้นหลักหน่วยมีค่าเท่ากับ 8 
จากนั้นนำหลักสิบมาบวกกัน คือ  3 + 4 = 7   ดังนั้นหลักสิบมีค่าเท่ากับ 7  
คำตอบของ 37 + 41  คือ  78 


ที่มาของวีดีโอ https://www.youtube.com/watch?v=t1TUGBwoir8